[28 พฤศจิกายน 2548 - สนามศุภชลาศัย] หลังผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มสัญญาณการแข่งขัน ทีมกรุงเทพคริสเตียนฯได้เปิดฉากโหมบุกอย่างต่อเนื่อง แต่ถูกทางอัสสัมชัญตัดเกม และบุกสวนกลับบ่อยครั้ง โดยนักเตะอัสสัมชัญสามารถตัดเกมรุกของกรุงเทพคริสเตียนฯได้ตลอดช่วงเริ่มการแข่งขัน จนในนาทีที่ 7 ทางทีมกรุงเทพคริสเตียนฯก็ได้ลุ้นประตูแรกเมื่อนักกีฬาของทีมอัสสัมชัญได้ทำฟาวล์นักกีฬาทีมกรุงเทพคริสเตียน แต่พลาดลูกบอลกระเด็นออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้น ทีมอัสสัมชัญทำเกมบุกอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสลุ้นประตูหลายต่อหลายครั้ง เมื่อเหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีในครื่งเเรก เกมทวีความรุนแรงขึ้น จนผู้ตัดสินได้แจกใบเหลืองแก่ทีมกรุงเทพคริสเตียนฯซึ่งเข้าแย่งบอลอย่างรุนแรง เป็นผลให้ผู้เล่นของทีมอัสสัมชัญได้รับบาดเจ็บ แม้ทีมอัสสัมชัญได้บุกเข้าทำประตูอีก หลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถทะลุกองหลังของทีมกรุงเทพคริสเตียนฯไปได้

เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง การเล่นทั้ง 2 ทีมมีความรวดเร็วมากขึ้นจึงทำให้มีโอกาสที่จะบุกถึงหน้าประตูของอีกฝ่ายน้อยลง ในครึ่งหลังนี้ฝ่ายอัสสัมชัญเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกแทน ซึ่งทางกรุงเทพคริสเตียนฯได้แต่ตั้งรับและคอยเคลียร์บอลออกจากสนาม ในนาทีที่ 13 ทีมกรุงเทพคริสเตียนฯได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นลงมาเพื่อแก้เกม เกมยิ่งตึงเครียดมากขึ้นเมื่อ ผู้เล่นทีมอัสสัมชัญคนหนึ่งได้เข้าเสียบผู้เล่นของทีมกรุงเทพคริสเตียนฯเป็นเหตุให้มีการควักใบเหลืองใบที่ 2 ของเกมนี้

การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความกดดันของทั้งสองฝ่ายที่ยังไม่สามารถทำประตูได้ ในนาทีที่ 32 ผู้เล่นของอัสสัมชัญได้ทำฟาวล์นอกกรอบเขตโทษในระยะ 30 หลา เป็นเหตุให้ผู้ตัดสินแจกใบเหลือง แต่กรุงเทพคริสเตียนพลาดโอกาสไปเนื่องจากยิงไปถูกกำแพงผู้เล่นของทีมอัสสัมชัญ จึงยังไม่สามารถทำสกอร์ได้จนผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน ผลการแข่งขัน ทีมกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เสมอ ทีมอัสสัมชัญ 0 - 0 ได้กันไปคนละ 1 แต้ม

ในการแข่งขันคู่ที่สองของวัน นัดนี้เป็นการแข่งขันกันระหว่างเทพศิรินทร์และสวนกุหลาบ ซึ่งก่อนแข่งเทพศิรินทร์มีคะแนนอยู่ในมือแล้วสามคะแนน ส่วนสวนกุหลาบวิทยาลัยยังคงมีศูนย์คะแนนคู่กับอัสสัมชัญ เมื่อเริ่มการแข่งขันช่วงแรกทั้งสองฝ่ายดำเนินเกมไปอย่างสมศักดิ์ศรี และคงเป็นเพราะกำลังใจจากนัดที่ผ่านมาทำให้เทพศิรินทร์มีโอกาสทำประตูมากกว่า แต่ด้วยเกมรับของสวนกุหลาบที่เข้มแข็ง ทำให้เทพศิรินทร์ยังคงทำประตูไม่ได้

จนในนาทีที่ 17 เทพศิรินทร์ทำประตูขึ้นนำได้ ด้วยฝีมือของ ธรรมศักดิ์ สารศุภศิทธิ์ เกมจึงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดตลอดช่วงท้ายของครึ่งแรก จากการทำเกมที่รุนแรงของทั้ง 2 ฝ่าย ต่างก็ได้ใบเหลืองกันไปทีมละใบ ได้แก่ หมายเลข 8 สายัณห์ ทีมเทพศิรินทร์ และ หมายเลข 10 อรรถสิทธิ์ รังษิศักดิ์ จากสวนกุหลาบ ก่อนจบครึ่งแรกเทพศิรินทร์ได้ใบเหลืองอีกใบจา การเข้าบอลที่รุนแรงของหมายเลข 17 สมรัก คณะพันธ์

เริ่มครึ่งหลังได้เพียงห้านาทีสวนกุหลาบก็สามารถทำประตูตีเสมอได้จากการยิงฟรีคิกของหมายเลข 24 พลวัฒน์ ปิ่นทอง หลังจากนั้นเกมก็ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆจนในนาทีที่ 23 เกิดเหตุการณ์ชุลมุน ทำให้นักเตะทีมเทพศิรินทร์หมายเลข 13 ชีระวิทย์ พงษ์แสง ได้ใบเหลืองใบที่สอง และผู้เล่นหมายเลข 15 วิศวนาถ ผงทอง ได้ใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม

เหลือเวลาอีกเพียง 20 นาที ด้วยจำนวนผู้เล่นที่เป็นรองทำให้ทีมเทพศิรินทร์เสียประตูให้กับทีมสวนกุหลาบในนาทีที่ 38 จากการยิงของหมายเลข 23 นายอนุลักษณ์ สังกะสิงห์ และเกมได้ดำเนินต่อไปด้วยความรุนแรงสืบเนื่องจากความกดดันของทั้งผู้เล่น กรรมการ และกองเชียร์ แม้มีโอกาส ทว่าเทพศิรินทร์ก็ยังไม่สามารถทำประตูได้ จบการแข่งขันสวนกุหลาบวิทยาลัยชนะเทพศิรินทร์ 2 - 1

สรุปผลการแข่งขันวันที่สองของฟุตบอลจตุรมิตรครั้งที่ 23 อัสสัมชัญได้เสมอในวันนี้จึงประดับตารางด้วยคะแนน 1 คะแนน รั้งท้ายอันดับ ตามต่อด้วย สวนกุหลาบและเทพศิรินทร์ซึ่งมีคะแนนเท่ากัน และจำนวนส่วนต่างลูกได้เสียเท่ากัน จึงอยู่ในอันดับ 2 ของตารางทั้งคู่ ส่วนกรุงเทพคริสเตียนยังคงมีคะแนนเป็นอันดับหนึ่งในตาราง

อย่างไรก็ตามอัสสัมชัญยังคงมีโอกาสเข้าชิง โดยอินทรีแดงต้องชนะสวนกุหลาบเท่านั้นและเทพศิรินทร์ต้องแพ้กรุงเทพคริสเตียนในนัดหน้า ในขณะที่สวนกุหลาบเพียงแค่เสมอก็มีสิทธิ์เข้าชิง ส่วนกรุงเทพคริสเตียนมีโอกาสกว่าใครเพื่อน กระนั้น เราก็ต้องติดตามผลกันอีกครั้งในวันที่ 30 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการแข่งขันเก็บคะแนน

Comment

Comment:

Tweet